Your Playlist เป็น แอพที่ให้คุณสามารถสร้าง Video Playlist จาก YouTube ได้ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน โดยที่โปรแกรมยังสามารถ Cache Video ได้ด้วย ทำให้สามารถดู Video ได้ทุกที่ ที่คุณต้องการแม้ว่าจะ Offline อยู่

วิธีการใช้งาน
1. ค้นหา Video ที่คุณต้องการ

2. กด ปุ่ม Detail (ปุ่มสีน้ำเงิน) โปรแกรมจะถามว่าต้องการ Bookmark? ให้กด Bookmark

3. ดูในแท็บที่ 2 (Bookmark) จะมีคำว่า Caching… (สีส้ม) ปรากฎขึ้นมา ถ้าเรากดที่ดู จะยังดู Offline ไม่ได้ ต้องดูผ่านหน้าเว็บของ YouTube ก่อน หากรอซักพัก ให้โปรแกรม Cache เสร็จ จะมีคำว่า Cached (สีฟ้า) ปรากฎขึ้นมา ถ้าขึ้นแบบนี้แล้วแสดงว่าสามารถดู Offline ได้

* หากในกรณีที่เรากด Bookmark พร้อมๆกันหลาย Video ไม่จำเป็นต้องรอให้โปแกรม Chache เสร็จ สามารถปิดแล้วใช้งานแอพอื่นๆ ได้เพราะโปรแกรมมีความสามารถในการ Caching ใน Mode Background ด้วยครับ

4. หากเราได้ Bookmark โปรแกรมไว้บ้างแล้ว และต้องการแบ่งหมวด Video ของเรา ให้เลือกที่แท็บ 3 (Playlist) เพื่อสร้าง Playlist ให้กับ Video ของเรา
4.1 กด Create Playlist เพื่อตั้งชื่อ จากนั้นกด OK โปรแกรมจะแสดง Video ทั้งหมดของเรา ให้เราเลือก Video ที่ต้องการเพิ่มเข้าไปใน Playlist เสร็จแล้วกด Done

4.2 โปรแกรมจะแสดง Video ทั้งหมดใน Playlist ซึ่งเราสามารถกดปุ่ม Edit เพื่อลบเพลง หรือ สลับตำแหน่ง

4.3 ถ้าสั่งเกตุที่แถบสีดำด้านล่างจะเห็น ปุ่ม 2 ปุ่มสำหรับตั้งค่าว่าจะเล่น Video แบบ ต่อเนื่อง แบบเล่นวน หรือแบบสุ่ม ได้
4.4 หากเราได้ Bookmark Video เพิ่ม และจะต้องการให้ Video เข้ามาอยู่ใน Playlist นี้ ให้กดที่ปุ่ม Add (เครื่องหมาย +) ที่มุมบนด้านซ้าย จากนั้นก็เลือก Video เหมือนขึ้นตอนที่ 4.1

5. ถ้าพื้นที่ในเครื่อง iPhone/iPod Touch เริ่มจะเต็มสามารถลบ Video ที่ Cache ไว้ออกไปได้ 2 วิธี คือ
5.1 กดปุ่ม Edit ในแทบที่ 2 (ฺBookmark) เป็นการเลือกลบทีละ Video
5.2 กดปุ่ม Clear Cache ในแทบที่ 4 (Setting) แต่วิธีนี้จะเป็นการลบ Video ทั้งหมดครับ
สรุป FEATURES ของ App :
○ Cache YouTube videos before playing.
○ Background caching.
○ Make playlist & watching anywhere (Automatic, Repeat, Shuffle, Play All).
○ AirPlay support (iOS 4.3 or later).
○ Easy search YouTube videos.
○ Supports YouTube HD videos.
○ Bookmarks within videos
○ TV out support for iPhone4, iPad 2 or later.

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ที่ Facebookhttps://fb.me/AppSchoolTH

The new iPad

The new iPad

ผ่านมาแล้ว 2 วัน (7 มีนาคม 2555) สำหรับงานเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ ซึ่งหลายคนก็เรียกชื่อไปต่างๆ นาๆ ทั้ง iPad3 , iPad HD ก็ว่ากันไป สรุปแล้ว Apple ก็ใช้ชื่อว่า iPad เฉยๆ และเรียกชื่อในงานเปิดตัวว่า The new iPad โดย Features ต่างๆ คิดว่าหลายๆ คนก็คงจะรู้กันหมดแล้วแต่ผมก็จะสรุปสั่นๆ ว่ามีอะไรบ้างๆ ดังนี้

1. หน้าจอเป็นแบบ Retina Display เหมือนกับ iPhone 4/4s และ iPod Touch G4 ซึ่งมีความระเอียดที่ 2048×1536 pixel 2 เท่าของหน้าจอเดิมคือ 1024×768

2. Chip แบบใหม่โดย Apple ใช้ชื่อว่า A5X เพื่อเรนเดอร์หน้าจอแบบ Retina โดยเฉพาะเลย

3. กล้องมีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 5 megapixel พร้อมทั้งถ่าย Video Full HD ที่ความระเอียด 1080p ซึ่งนับว่า Apple ได้แก้ไขจุดอ่อนของ iPad2 ได้ดีทีเดียว

4. iPad รุ่นที่ 3 นี้จะรองรับการทำงานในระบบ LTE 4G ได้ด้วย แต่ราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกนิดหน่อย แต่จะว่าไปบ้านเรา 3G ยังไม่ครอบคลุมทั้งประเทศเลย จะไปคิดถึงอะไรกับเรื่อง 4G แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งเราอาจจะโตแบบก้าวกระโดดก็ได้ ไม่มอง 3G แล้วกระโดดไปที่ 4G เลย 55+ ฝันต่อไปครับ

หลักๆ ก็คงมีประมาณนี้ ในมุมมองส่วนตัวผมว่าการที่ Apple เปลี่ยนหน้าจอไปเป็น Retina ก็ทำให้ตัว Device แตกต่างกันมาก เหมือนมันกระโดดข้ามไปอีกขึ้นมากเกินไป อารมณ์เหมือนกันคนที่ซื้อ iPhone 3GS แล้วมี iPhone 4 มา แน่นอนมันต่างกันโคตรๆ ทำให้ผู้ที่ใช้งาน iPad 2 อาจจะต้องเปลี่ยนไปเป็น iPad รุ่นที่ 3 และก็เซ้งไปตามๆกันด้วย เท่าที่ผมดูทิศทาง Product ของ Apple มาได้ระยะหนึ่งพอจะจับทิศทางของผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้ว่าถ้าจะซื้อ Device อะไรให้เลือกที่เป็นรุ่นแรก เพราะ Apple จะออกสินค้าเป็น 2 รุ่นก่อนจะเปลี่ยนใหม่กันยกชุด เช่น

iPad -> iPad 2

iPhone 3G -> iPhone 3GS

iPhone 4 -> iPhone 4s

จะเห็นว่าคนที่ซื้อ iPad รุ่นแรก iPhone 3G หรือ iPhone 4 พอมีรุ่นที่ 2 ถัดมานั้น  Apple จะอัพเกรทแค่ประมาณ Hardware นิดหน่อย เช่น เพิ่มความเร็ว เพิ่ม Specs เป็นต้น จึงยังไม่เป็นจำเป็นต้องซื้อใหม่ แต่พอรุ่นถัดไปอีก Apple จะเริ่มเปลี่ยนใหม่ค่อนข้างมาก บางทีก็เป็นแบบก้าวกระโดดเลย อย่างหน้าจอปรกติ เปลี่ยน มาเป็น Retina เป็นต้น แต่อย่างว่าแหละมันก็เป็นการตลาดของเขาด้วยที่จะให้ User เปลี่ยนสินค้าใหม่ทุกๆ 2 ปี ส่วนผมมองในมุมมองของนักพัฒนาด้วย คือไม่ได้อยากซื้อตามไปซ่ะทุกรุ่นหรอกนะ แต่ละตัวก็แพงใช้ได้ แต่นี่ก็เป็นทิศทางที่เราพอจะมองได้ว่าถ้าจะซื้อ Device อะไรของ Apple เราควรจะซื้อในช่วงไหนได้บ้าง

คราวนี่มามองในส่วนของนักพัฒนาบ้าง อะไรบ้างที่จะเกี่ยวข้องกับเราเมื่อ The new iPad เริ่มออกมา

เท่าที่ผมนึกออกตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องของหน้าจอที่เป็น Retina Display ก็คงต้องใช้ระบบ @2x เหมื่อนเดิมอย่างที่ทำๆกันใน iPhone 3 กับ iPhone 4 แต่ตัวรูป Image บน iPad คงใหญ่มากเหมือนกันเพราะ Resolution ขนาด 2048×1536 pixel ถ้าแอพเน้นรูปมากๆ แอพคงมีขนาดใหญ่โคตรๆ แน่ละผมว่านะ ทางแก้สำหรับผมคือในส่วนของการ Design Graphic จะต้องไม่ส่งมาเป็นรูปทั้งหมด ควรจะใช้แค่รูปที่เป็น Pattern เล็กๆ (ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไรนะ) ส่วนที่เหลือทางฝั่ง Programmer ก็จะมานั่งยืดขยายตามต้องการเอง แค่นี้ก็จะทำให้รูปมีแอพมีขนาดเล็กลงไปได้มากมายแล้ว

เอาไว้คิดออกมากกว่านี้แล้วจะมา Post ต่อนะคร๊าบ ขอให้เสียตังค์กับเจ้า The new iPad กันถ้วนหน้า คิคิ ;)

สัมภาษณ์การพัฒนา App ที่ Nation TV

Interview

วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ไปสัมภาษณ์ที่ Nation TV มา ก็ตื่นเต้นดีครับ จริงๆแล้วก็เคยมีความฝันในตอนเด็กๆ ไว้เหมือนกันว่าถ้าได้มาทำอะไรแบบนี้ในรายการ TV ที่เรานั่งดูอยู่คงจะดีไม่ใช่น้อย นี่ก็คงเป็นอีกก้าวหนึ่งครับ แม้ว่าจะไม่ใช่ช่องที่ดังมากมาย  แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากครั้งหนึ่งในชีวิต

เมื่อไม่นานมานี้มีพี่คนหนึ่ง @onoaonoa คนนี้เป็นทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ทั้งอาจารย์ ให้คำแนะนำหลายๆอย่างกับชีวิตผม (ว่าแล้วก็นึกถึงเรื่อง ฮาๆ กวนๆ กับพี่เขานะครับ​ ^_^) อ่อ เกือบลืม พอดีพี่เขาได้แนะนำให้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Last Lecture หนึ่งสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งที่กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง ประเด็นคือ เขาจะทำอย่างไร เมื่อวันนั้นมาถึง ลูกๆ และภรรยาของเขาจะอยู่อย่างไร น่าสนใจมากครับ พออ่านจบแล้วได้แง่คิดดีๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต การทำความฝันในวัยเด็กของเรา เยอะมากๆ แนะนำให้อ่านครับ หาได้ตาม Se-ed Book ทั่วไป ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ แต่แนะนำเพราะว่าดีจริงๆ

แล้วเรื่องพวกนี้มันมาเกี่ยวอะไรกับการไปสัมภาษณ์ที่ Nation TV มาละ คำตอบคือ มันเป็นหนึ่งในความฝันวัยเด็กของผมนั่นเอง

เรื่องของเรื่องคือหลังจากที่ @lertariyapun หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนา Thai Tunes App ได้รับ Mention จาก @PrajKPS คุณปรัช โต๊ะต่างประเทศ เนชั่นทีวี เพื่อขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับการพัฒนา​ App ของคนไทย เราก็ไม่รอช้า ตอบตกลงไปทันที พอดีมีธุระต้องไปที่ กทม. พอดีเลย ฮ่าๆ ไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าได้ค่าเหนื่อยตอบแทนบ้างหรือเปล่า พอได้พูดคุยกันซักพักก็ตกลงนัดแนะ สรุปไม่มีที่ไปก็ไปบรรจบที่ Studio ของตึก Nation ในวันที่ 5 กันยายน 2554 เวลา 13:00 น. จำชั้นไม่ได้แระ ขึ้นลง 2 รอบ เลยงงๆ หน่อย

วันที่ 5 กันยายน 2554
ผมและ @lertariyapun ก็เดินทางไปที่ตึก Nation เพื่อทำการสัมภาษณ์ ก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วันนี้มีอาการป่วยนิดหน่อย ก็เริ่มรู้ตัวแล้วละ แต่ยังไม่ออกอาการมาก ก็มาเจอคุณปุ้ย (Update @Puijinta เพิ่งไปเจอใน Twitter มา Follow ซ่ะ แล้วก็รู้สึกจะเป็นคนอุบล ด้วย แต่น่าจะมาเรียนที่ กทม. ไม่อยากจะบอกว่าอายุน้อยกว่าเราด้วยแหะ ไม่แน่ใจนะ แต่คิดว่าใช่ สุดยอดอ่ะ ได้อ่านข่าวละ เก่งมากๆ เลยครับ ^_^) คนที่จะมาเป็นพิธีกรสัมภาษณ์เราในวันนี้ได้เข้ามาพูดคุย นัดแนะกันว่าจะคุยเกี่ยวกับเรื่องอะไร ประมาณไหนบ้าง จริงๆ แล้ว เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเข้าไปใน Studio แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง การมองกล้อง หรือการส่งต่อการพูดคุย อะไรทำนองนี้ แต่ในเมื่อไม่ใช่รายการสด ก็ลดความตื่นเต้นของเราไปเยอะพอสมควรละครับ ฮ่าๆ

13:00 น.
ถึงเวลาสัมภาษณ์แล้ว ทีมงานก็จัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้ เปิดไฟ พร้อมยกกล้องออกมา 3 ตัว ทดสอบระบบเสียงที่ติดกับตัวเรา การทดสอบก็คือให้นับ 1 – 100 ตอนแรกผมก็ขำๆ ว่าจะนับอะไรเยอะขนาดนี้หว่า กลับเป็นว่าเขาให้นับจริงๆครับ ผมก็นับไปซัก 30 ได้ ประเด็นคือตอนเรานับเขาก็จะปรับเสียงขึ้นลงให้พอดีกับที่เขาต้องการ ผมก็บางอ่อเลยครับ นึกถึงตอนดูหนังเรื่อง สุดเขต สเลดเป็ด ตอนกำลังจะจบที่ กิ๊บซี่ (ตุ๊กกี้) มาเจอกับอันเดอร์​ (โก๊ะตี๋) แล้วจะร้องเพลงกัน ก็จะมีคนมาเทสเสียง “ชา ชา พะ พะ …. อะไรไม่รู้ แต่ขำดี ฮ่าๆ”

อารมณ์ผมตอนนั้นเหมือนกำลังจะพูดคุยในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ยังไงยังงั้นเลย ^^ ก็ทำไงได้ ไม่เคยมานั่งคุยอะไรแบบนี้ แล้วมีคนมาจ้องเราอ่ะ และก็เกือบลืมจะมี TV LCD ตัวหนึ่งขนาดหน้าจอน่าจะซัก 40″ กว่าๆ ได้ วางอยู่ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นตัวเองได้ทันทีผ่าน TV ตัวนี้ ซักพักผมก็ได้ยินเสียงจากช่างกล้องคนที่หนึ่งถามว่าพร้อมแล้วนะครับ 5 4 3 2 1 ผมก็เย้ย เอาเลยหรอ ไม่เห็นซักซ้อมอะไรเลย ทาง @Puijinta ก็เริ่มเลยครับ แค่ได้ฟังเขาเร่ิมเปิดรายการเข้ามา น้ำเสียงเขาฟังแตกต่างจากคุยเล่นธรรมดานะ ดูจริงจัง การลงเสียงหนักเบา ดูมืออาชีพดีอ่ะ เอาละเริ่มแล้วเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด พอเปิดรายการมาก็เร่ิมคุยกับ @lertariyapun ก่อนเลยครับถึงแรงบันดารใจในการทำ App นี้ขึ้นมา และก็มาต่อในส่วนของการพัฒนา และในด้านมุมมองและเทคนิคต่างๆ ของ App ผมก็จะเป็นคนตอบ ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที ไม่ได้จับเวลาซะด้วยสิ ก็เสร็จเรียบร้อยครับ

รายการจะออกอากาศวันที่ 8 กันยายน เวลา 21:00 น. ไว้ถ้ามีบันทึกการออกอากาศจะนำมาให้ชมนะครับ

ปล.
1. สัมภาษณ์ไป 2 Take นะครับเนื่องจากไมล์ของ @lertariyapun อยู่ต่ำไปก็เลยเริ่มกันใหม่ ผมว่ารอบแรกเราเปิดได้ดีนะ แต่รอบสอบรู้สึกเปิดไม่ค่อยดีเท่าไร ฮ่าๆ แน่นอนไม่มีสคลิปครับ สดๆกันเลย

2. ไม่ได้ค่าเหนื่อยนะครับ แต่ได้ค่ารถนิดหน่อย ฮ่าๆ แต่ผมว่าไม่สำคัญหรอก มันเป็นประสบการณ์มากกว่า และก็พอดีมีธุรไปที่กทม.ด้วย

3. ขอบคุณทั้งสองท่านคือ @webappiphone และ @lertariyapun ที่ทำให้ App นี้ได้รับความนิยมอย่างมากครับ

Thai Tunes (TV)

Thai Tunes (TV)

Universal Apps Support for iPhone and iPad.

Features
○ Television programs
○ ตั้งเวลาออกอากาศสำหรับรายการโปรดของคุณ (Notification)
○ ดูผังรายการออกอากาศ (ช่อง 3, 5, MCOT, NBT, ThaiPBS, Nation Channel, Voice TV, Mango TV, Money Channel, Gang Cartoon ฯลฯ) ในแต่ละวันพร้อมทั้งตั้งเวลาออกอากาศได้ทันที (อัพเดทผังรายการทุกเดือน)
○ รองรับ Airplay สำหรับ iOS 4.3 ขึ้นไป
○ Add Favorite Channel.
○ Sleep Timer.
○ Shuffle and Quick Play.
○ Alternative Server เมื่อดูช่องรายการ TV
○ Support Orientation (Portrait, Landscape)
○ Update Over the Air.
○ TV Out Support for iPad 2.
○ Custom URL.

Remark: To the best experience for watch TV streaming should be connect to Wi-Fi or 3G network.

More Review
• ARIP – http://goo.gl/D3WL4
• iPhoneMod – http://goo.gl/JIP7b
• SiamTab – http://goo.gl/nB9Mp
• Winner Telecom – http://goo.gl/35mkE
• iPhoneAppTube – http://goo.gl/D3Rgz

Develop By @lertariyapun, @memogames Publish By @memogames Source By @webappiphone

Thai Tunes

iPhone4 กับ @2x คืออะไร

Retina DisplayTip วันนี้คือจะทำยังไงให้ รูปที่แสดงผลบน iPhone4 มีความคมชัดประดุจดัง เพชรน้ำงาม หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Retina Display นั่นเอง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรเลยครับ เนื่อจาก iPhone รุ่นเก่าๆนั้น จะแสดงผลที่ความระเอียด 320×480 ส่วน iPhone 4 จะแสดงผลที่ความระเอียด 640×960 เป็น 2 เท่าของแบบเดิม เราก็แค่ทำไฟล์รูปให้มี 2 ขนาดก็เท่านั้นเอง

สำหรับเรื่องนี้ Apple ได้เขียนไว้ใน User Interface Guild แล้วว่า ถ้าหากต้องการให้รูปแสดงผลบน Resolution เดิมก็ให้ใส่ชื่อเดิมของรูปไปแบบปกตินั้นแหละครับ แต่ถ้าอยากให้แสดงผลกับ Resolution ใหม่ให้ใช้ชื่อเดิมของรูปนั้นแล้วตามด้วย @2x เพิ่มเข้าไป (อย่าลืมนะ รูปก็ต้องใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่าขอรูปเดิมนะครับ) เช่น รูปชื่อ sampleImage.png (size = 480×320)  และเมื่อต้องการใช้กับ Retina Display ก็ตั้งชื่อรูปเป็น sampleImage@2x.png (size = 960×640) ก็เสร็จเรียบร้อยครับ โดยที่เราไม่ต้องทำอะไร ตัว iOS จะค่อยจัดการ Switch รูปให้เราเอง ครับ

GUI เบื้องต้นสำหรับ iOS App

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ GUI ของ iOS App พร้อมทั้งทำความรู้จักเกี่ยวกับ IBOutlet และ IBAction กันนะครับ ไม่พูดพลำทำเพลงอะไรละ เร่ิมกันเลย

Interface Builder

GUI เบื้องต้นวันนี้เป็น Default User Interface (UI) ที่ Apple มีให้ใน iOS อยุ่แล้วครับ ถ้าดูๆ ไปแล้วผมว่าเป็นอะไรที่เรียบง่าย Simplify และถ้าจัดวางองค์ประกอบให้ดีๆ ก็ทำให้ App ที่เราสร้างขึ้นดูสวยงามได้ครับ โดย UI แบบนี้ทุกคนสามารถ ทำได้ง่ายๆ ผ่าน Interface Builder (IB) เลยครับ หลักการก็ไม่มีอะไรครับ Drag and Drop ลาก UI ที่เราต้องการจาก IB ลงมาใน View ดังรูป เช่น
– TextFiled
– Slider
– Button
– Segment
Xib Fileก็แค่ Drag and Drop ลงมา แล้วมันจะทำงานได้ยังไงอ่ะ ถูกต้องแล้วครับ สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ IBOulet และ IBAction นั้นเองครับ ที่จะทำหน้าที่ในการสั่งให้ UI เหล่านี้ทำงานได้

IBOutlet เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ เลย ไม่ต้องวิชาการจ๋า ก็คือ ถ้าอยากให้ IB กับ Code เรารู้จักกันก็ประกาศขึ้นมาซะเลยจะได้มองเห็นแล้ว เชื่อมกันได้

ส่วน IBAction ตามชื่อครับ Action ผมมองว่ามันก็คือ Method หรือ Function นั่นเอง ถ้าเราต้องการให้มีการทำงานอะไรเมื่อเกิด Action ขึ้นมาจัดการที่ตรงส่วนนี้เลย

เพื่อให้เห็นภาพของ IBOutlet และ IBAction ผมขอยกตัวการการทำงานง่ายๆ คือ ผมจะมี View อยู่ 1 ตัว ซึ่งใน View นี้จะประกอบด้วย UI คือ Button และ Label โดยที่การทำงานของโปรแกรมนี้คือให้กดปุ่ม Button ชื่อว่า Show Message แล้วไปแสดงผลใน Label ว่า “Hello Message”

เอาละครับ สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือประกาศให้ UI กับ Code รู้จักกันก่อน ก็คือ IBOutlet ครับ

IBOutlet UILabel *myLabel;

ตอนนี้เราก็จะมี Object ที่ชื่อ myLabel ที่ IB จะมองเห็นแล้ว จากนั้นก็ทำการเชื่อม ระหว่าง IB กับ Code ดังภาพด้านล่าง

สำหรับวิธีการเชื่อม UI กับ Code ก็ง่ายๆครับ คลิ๊กขวาที่ File’s Owner ถ้าเราได้ประกาศ IBOutlet ไว้แล้วก็จะเห็นชื่อ Object ของเรา ซึ่งก็คือ myLabel ก็ให้ลากมาที่ UILabel ที่เราสร้างขึ้นมาจาก IB ดังภาพครับ (ถ้าหากไม่เจอ Object ที่เราประกาศไว้ กลับตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ประกาศ IBOutlet ไว้หรือยัง)

IBOutletแค่นี้เราก็เชื่อม UI กับ Code ให้รู้จักกันได้แล้ว ต่อไปเราจะมาดูกันว่าเมื่อผู้ใช้กดปุ่ม Show Message จะทำให้แสดงผลออกมาใน UILabel ที่เราเพิ่งทำมาได้ยังไง เฉลยคือ IBAction ครับ ง่ายๆเลยก็ประกาศ IBAction ขึ้นมาทั้งใน File .h และ .m

// .h
-(IBAction) pressShowMessage;

// .m
-(IBAction) pressShowMessage {
[myLabel setText:@"Hello Message"];
}

จะเห็นว่าเราได้ประกาศ IBAction หรือ Method ของเราขึ้นมาแล้วทั้งใน .h และ .m ก็เหลือแค่เชื่อม ปุ่ม เข้ากับ IBAction นี้ ไปดูกันเลยครับ หลักการก็คือให้กดปุ่ม control ค้างไว้แล้ว คลิ๊กลากจาก Button มายัง File’s Owner แล้ววาง จะให้ ชื่อของ IBAction ที่เราประกาศไว้ ก็ให้คลิ๊กเลือก ดังภาพ ก็เสร็จขึ้นตอนการเชื่อม IBAction กับ UI แล้ว

IBAction

ไว้พบกันใหม่ใน Entry ต่อไปครับ ^^